
PROLOGUE
จุดเริ่มต้น
08:15 น.
เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นจนแสบแก้วหู ฉันควานมือหามือถือใต้กองผ้าห่มอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะกดปิดเสียงด้วยสัญชาตญาณ โดยที่ยังไม่คิดจะลืมตาเลยสักนิด
ขออีกห้านาที…
…ไม่สิ สิบนาที!
แต่ยังไม่ทันได้ซุกหน้ากลับเข้าหมอนให้เต็มอิ่ม เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นรัว ๆ
กิฟท์: “แกอยู่ไหน!?”
ตาลลี่: “พวกฉันรออยู่หน้าตึก! อย่าบอกนะว่าหล่อนยังไม่ตื่น!?”
ฉันหรี่ตาลืมขึ้นมามองจอมือถืออย่างงัวเงีย และเมื่อตัวเลขบนนั้นปรากฏให้เห็นชัด ๆ …
08:15 น.
ตายแล้ววววววววว!!!
ฉันสะดุ้งสุดตัว คลาสแรกของเทอมนี้เริ่ม 08:30!!!
อีกสิบห้านาทีจะทันไหมเนี่ย!? กรี๊ดสิกรี๊ด!!!
สมองฉันเหมือนเพิ่งเริ่มทำงานหลังจากเห็นเวลาชัด ๆ พอประมวลผลได้ ฉันก็ ดีดตัวจากเตียงแทบจะทันที คว้าผ้าขนหนูแล้วพุ่งเข้าห้องน้ำ ด้วยความเร็วเหนือแสง
โอ๊ย! ทำไมฉันไม่ตั้งนาฬิกาปลุกให้เร็วขึ้นกว่านี้วะ!?
ภารกิจอาบน้ำใน 3 นาที!
ฉันอาบน้ำแบบเร็วสุดชีวิต ขัดตัวแบบพอเป็นพิธี แปรงฟันไปพลางขัดหน้าลวก ๆ ไปพลาง แทบจะอยากอาบแบบสปีดรัน!
ออกจากห้องน้ำ ฉันหวีผมแบบลวก ๆ แล้วมัดเป็นหางม้าหลวม ๆ เน้นความไวไม่เน้นความสวยละวันนี้! หยิบชุดนักศึกษามาสวมแบบ คนกำลังหนีซอมบี้ ติดกระดุมไปทาง สะบัดกระเป๋าสะพายขึ้นไหล่ไปทาง
สายตาฉันเหลือบไปเห็น ชานมไข่มุกที่ซื้อติดตู้เย็นไว้ตั้งแต่เมื่อคืน …
เอาวะ! ตื่นสายยังไงก็ไม่ทิ้งของกิน!
ฉันคว้าแก้วชานมขึ้นมาทันที ก่อนจะกระโดดออกจากห้องเหมือนกำลังทำภารกิจแหกคุก
นักกีฬาวิ่ง 100 เมตรก็ต้องยอมแพ้ให้ฉันวันนี้!
โชคดีที่หอฉันอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ เพราะถ้าขืนยังอยู่บ้านเหมือนเทอมก่อน แล้วตื่นสายขนาดนี้ ฉันคงได้เตรียมตัวสอบซ่อมตั้งแต่วันแรกของเทอมแล้วแน่ ๆ!
หน้าตึกเรียนรวม
“หล่อน! ทำไมมาช้า!?”
เสียงแหลม ๆ ของ อีตาลลี่ เพื่อนชายในร่างสาวดังขึ้นทันทีที่ฉันวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง พร้อมกับยกมือกุมอกตัวเองที่ยังหอบแฮ่ก ๆ อยู่ กิฟท์ ที่ยืนกอดอกข้าง ๆ ทำหน้าเหมือนเดาไว้แล้วว่าฉันต้องมาสาย
“อย่าบอกนะว่าเพิ่งตื่น?” กิฟท์หรี่ตามองอย่างจับผิด
“เปล่า…” ฉันลากเสียงยาว “แค่เกือบตื่นไม่ทัน”
“ฉันรู้อยู่แล้ว!” อีตาลลี่บ่นเสียงสูง “แต่ช่างเถอะ! วันนี้ฉันอารมณ์ดี”
ฉันขมวดคิ้ว “ทำไม? อาจารย์ไม่เข้าเหรอ? นี่ฉันวิ่งมาเหนื่อยมากนะ”
“วุ้ย จะบ้าเหรอ! ฉันหมายถึง…วันนี้เด็กวิศวะมาเรียนตึกนี้เยอะแยะเลยต่างหาก” อีตาลลี่กระซิบกระซาบพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาเป็นประกาย
“ฮะ?”
“ตามที่คาดไว้เป๊ะเลย ว่าถ้ามีคลาสที่ตึกรวมต้องเจออาหารตาดี ๆ โอ๊ย เห็นแล้วกระปรี้กระเปร้ามากค่ะ! ให้นั่งเรียนทั้งวันยังไหว!” อีตาลลี่ว่าต่ออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพยักเพยิดไปทางกลุ่มนักศึกษาผู้ชายที่เพิ่งเดินผ่านไป
ฉันมองตามสายตา ก็แค่พวกเด็กวิศวะใส่เสื้อช็อปสีกรมธรรมดา ๆ นั่นแหละ
ฉันกลอกตาใส่ “นี่ใช่มั้ยที่ทำให้แกตื่นเช้าได้?”
ปกติอีตาลลี่มันตื่นเช้าที่ไหนกันล่ะ!? ไม่บ่อยหรอกที่มันจะมารอฉันแบบนี้ ปกติโผล่มาก็ตอนที่อาจารย์สอนไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ยกเว้นวันไหนมีสอบเก็บคะแนนตอนเช้านั่นแหละ
“แน่สิ ถ้าไม่ใช่ผู้ชายแล้วแกคิดว่าจะมีอะไรมาจูงใจฉันได้อีกยะ” กระเทยยักไหล่
“แล้วบางคนออร่าคือแบบ—” มันว่าต่อ ตาเหลือบมองคนนั้นคนนี้ไม่หยุด
“โอ๊ย! หยุดส่องได้แล้ว! ไหนบอกต้องรีบเข้าคลาสไง?” ฉันผลักแขนมันเบา ๆ
“ป่านนี้อาจารย์ล็อคห้องเช็คชื่อแล้วมั้ง” กิฟท์ถอนหายใจ
“เออ ๆ รีบไป ๆ” อีตาลลี่ถึงกับถอนหายใจเซ็ง ๆ แต่ยังไม่วายเหลียวหลังไปมองพวกเด็กวิศวะเป็นรอบสุดท้าย
ฉันหมุนตัวเดินนำพวกมันเข้าไปในตัวตึกอย่างรีบเร่ง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปด้านในด้วยซ้ำ
โครม!
“ว้ายย! มิลิน!”
ฉันรู้สึกว่าตัวเองชนเข้ากับอะไรบางอย่างเต็มแรง! พร้อม ๆ กับเสียงกรี๊ดร้องของเพื่อนทั้งสองจากด้านหลัง
…ไม่สิ คนต่างหาก!
แรงกระแทกทำให้ฉันเซไปด้านหลัง มือที่ถือแก้วชานมหลุดกระเด็น ของเหลวสีขาวผสมไข่มุกกระเด็นออกจากแก้วกระแทกพื้นเป็นวงกว้าง
โอ้ยย ฉันยังไม่ได้ดูดด้วยซ้ำ! อุตส่าห์เก็บไว้ตั้งแต่เมื่อคืน! แต่เสียงที่ดังขึ้นตรงหน้ากลับดึงความสนใจของฉันไปแทน
“แฟลชไดรฟ์ฉัน!”